ลงทุนให้เป็นก็เปลี่ยนเงินทุนเงินล้านได้

ลงทุนให้เป็นก็เปลี่ยนเงินทุนเงินล้านได้

ลงทุนให้เป็นก็เปลี่ยนเงินทุนเงินล้านได้ สำหรับนักลงทุนที่กล้าได้ กล้าเสีย เรารู้อยู่แล้วว่าคุณพร้อมรับทุกความเสี่ยง แต่ช้าก่อน เรารู้ว่าใจคุณสู้ทุกช่องทางการลงทุน แต่จะลงเงินหลักแสนแบบนี้ อย่างไร้หลักการก็ดูจะเสี่ยงเกินไป ถ้าเกิดพลาดขึ้นมาอาจจะเสียหลักได้ จะดีกว่าไหมถ้าเราเลือกลงทุนอย่างคนมีความรู้ที่พร้อมจะเปลี่ยนเงินหลักแสน ให้เป็นเงินหลักล้าน ได้อย่างไม่ศูนย์เปล่า มาเช็คเลเวลความคุ้มค่าของการลงทุนกันได้ที่นี่เลย

*ระดับความเสี่ยงต่ำ ให้เลือกลงทุนในตราสารหนี้ *

ข้อควรระวังอันดับต้นๆ ของนักลงทุนคือการประเมินความเสี่ยงที่ตัวเองสามารถรับได้ ข้อมูลในส่วนนี้จะทำให้คุณรู้ตัวเองว่าใจสู้แค่ไหน และสำหรับผู้เริ่มต้นการลงทุนที่อาจจะไม่คุ้นชินกับการลงทุนที่มีความเสี่ยงสูงๆ เราขอแนะนำให้คุณเริ่มลงทุนในกองทุนรวมตราสารหนี้ก่อน  ซึ่งกองทุนรวมตราสารหนี้นี้คือ กองทุนรวมที่มีนโยบายการลงทุนในตราสารหนี้เป็นหลัก เช่น พันธบัตรรัฐบาล ตั๋วเงินคลัง หุ้นกู้ ซึ่งมีผลตอบแทนที่สม่ำเสมอในรูปของอัตราดอกเบี้ย แต่ก็ใช่ว่าการลงทุนนี้จะไม่มีความเสี่ยงเลยซะทีเดียว เพียงแต่ว่าความผันผวนของราคาหุ้นกู้หรือพันธบัตรจะไม่มากเท่ากับความผันผวนของราคาหุ้นในตลาดหุ้น คือเรียกได้ว่ามีความเสี่ยงในระดับที่ต่ำกว่านั้นเอง ซึ่งกองทุนรวมตราสารหนี้จะมีสองแบบ เรียกว่า กองทุนรวมตราสารหนี้ระยะสั้น และกองทุนรวมตราสารหนี้ระยะยาว
*ระดับความเสี่ยงปานกลาง ให้เลือกลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ *

การลงทุนแบบที่ 2 นี้ จะเพิ่มความเสี่ยงขึ้นมาอีกหน่อย หรือถ้าใครใจกล้าจะลองเริ่มจากการลงเงิน  ‘กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์’ ก่อนก็ไม่แย่  มีเงิน 1 แสนก็สามารถลงทุนได้  ซึ่งการลงทุนในประเภทนี้ จะเป็นการลงทุนที่มีผู้จัดการกองทุน และจะทำการระดมทุนจากคนทั่วไป ด้วยการขายหน่วยลงทุน จากนั้นก็จะนำเงินที่ได้มาจากการระดมทุน ไปลงทุนกับอสังหาริมทรัพย์หรือหลักทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับอสังหาริมทรัพย์ตามที่กฎหมายกำหนด ซึ่งเมื่อคุณเริ่มชำนาญในการลงทุนประเภทนี้แล้วก็สามารถขยับไปลงทุนในแบบอื่นๆ ของอสังหาฯได้ อาทิ การเก็งกำไรจากการซื้อใบจอง การเป็นนายหน้าอสังหาฯ หรือ การซื้ออสังหาฯ มาเพื่อปล่อยเช่า ซึ่งในการลงทุนแบบหลัง ความเสี่ยงก็จะมีมากกว่าลงทุนในกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของเงินลงทุนที่แน่นอนว่ามูลค่ามักจะแปรผันไปตามเศรษฐกิจ คุณจึงอาจจะต้องเตรียมเงินสำรองเอาไว้ด้วย และต้องทำใจยอมรับได้ถ้าจะต้องขาดทุน

ระดับความเสี่ยงสูง เลือกลงทุนในหุ้น

การลงทุนยอดฮิตที่ถ้าใครไม่รู้จะเริ่มต้นลงทุนที่ไหน หุ้นมักจะเป็นคำตอบแรกๆ ในการสร้างเส้นทางสู่ความมั่งคั่ง การเล่นหุ้นอาจจะดูเท่ แต่ถ้าบริหารพอร์ตไม่เป็น ความเท่นั้นจะกลายเป็นความพังได้แน่นอน ซึ่งศาสตร์ของตลาดหุ้นนี้ คุณต้องมีความรู้ด้านการลงทุนพอตัวอยู่เหมือนกัน รวมทั้งเรื่องของเป้าหมายในการลงทุนก็จะมองข้ามไปไม่ได้  มือใหม่จึงควรที่จะวางเป้าหมายในระยะยาวเอาไว้ก่อน อย่าเพิ่งหวังเล่นหุ้น เพียงแค่การเก็งกำไร และแน่นอนว่าความเสี่ยงของการลงทุนกับหุ้นนั้น ก็จะสูงขึ้นตามไปกับระดับผลตอบแทนด้วยเช่นกัน

ซึ่งการเล่นหุ้นนี้นอกจากเรื่องของการรู้จักหุ้นแต่ละตัวแล้ว คุณต้องรู้จังหวะการซื้อ การขาย ช่วงไหนควรเก็บ ช่วงไหนควรปล่อย รวมทั้งเรื่องของเงินสำรองที่ก็ต้องมีเก็บเอาไว้ด้วย ไม่ใช่ว่าเอาเงินเก็บทั้งชีวิตมาลงกับหุ้น เกิดโชคไม่ดีขึ้นมา หุ้นตัวที่ซื้อไว้ไม่ทำกำไร แถมราคาตก รู้ตัวอีกที หมดตัวได้นะจ๊ะ ดังนั้นการเล่นหุ้นนอกจากมีเงินแล้ว ต้องมีความรู้ด้วย ถึงจะไปรอดตลอดฝั่ง

*ความคุ้มครองชีวิตสูง เลือกลงทุนอย่างคุณภาพ *

การลงทุนในวิธีสุดท้ายนี้ เป็นการลงทุนที่เหมาะสมกับการใช้ชีวิตในทุกช่วงจังหวะ เพราะคุณเลือกได้เอง นอกเหนือจากผลตอบแทนในรูปของตัวเงินแล้ว ยังช่วยคุ้มครองชีวิตของคุณอีกด้วย การลงทุนนี้มีชื่อเรียกว่า ประกันชีวิตควบการลงทุน (ยูนิตลิงค์) เหมาะสำหรับคนที่มีจุดประสงค์ต้องการวางแผนอนาคต แต่พิเศษกว่าตรงที่สามารถออกแบบการออมเองได้ แถมยังได้รับกรมธรรม์ในการคุ้มครองชีวิตอีกด้วย ซึ่งใครที่เลือกลงทุนแบบนี้ คุณกำหนดสัดส่วนความคุ้มครองชีวิตและการลงทุนได้ตามความต้องการ นอกจากนี้ยังมีจุดเด่นอื่นๆ อีก เช่น

  • ปรับเปลี่ยนความคุ้มครองชีวิตได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้
  • สร้างโอกาสในการลงทุน โดยชำระเบี้ยประกันภัยเพิ่มพิเศษ (Top-up)
  • สามารถหยุดพักชำระเบี้ยฯ หรือถอนเงินบางส่วนในช่วงเวลาจำเป็น
  • รับโบนัสพิเศษ 2% ของเบี้ยประกันภัยหลัก ตั้งแต่สิ้นปีที่ 5 เป็นต้นไป
  • เบี้ยประกันภัยที่ชำระหลังหักค่าใช้จ่าย จะนำไปลงทุนในกองทุนที่คัดสรรและบริหารโดยผู้เชี่ยวชาญ
  • โปร่งใสในการเปิดเผยค่าใช้จ่ายต่างๆ ของกรมธรรม์

 

เรื่องควรระวังมีนิดเดียวสำหรับการลงทุนทางนี้คือเงินที่คุณนำมาลงทุนนั้น อาจจะต้องเป็นเงินเย็น หรือเป็นเงินเก็บในส่วนที่จะไม่กระทบการใช้ชีวิตของคุณ เพื่อที่คุณจะได้จัดการบริหารเงินก้อนนี้ได้อย่างเต็มที่นั่นเอง

เส้นทางนักลงทุน ถนนเส้นนี้ถ้าเรามีแผนที่ที่ดี ก็จะไม่มีหลงทาง ที่สำคัญคุณจะมีเพื่อนร่วมทางมากมายเลย เพราะใครๆ ต่างก็หวังที่จะมีชีวิตที่สุขสบายไปจนถึงช่วงบั้นปลายชีวิตกันทั้งนั้น และการนำเงินที่มีมาลงทุนให้งอกเงยนั้น ก็ตอบโจทย์เป้าหมายแห่งการใช้ชีวิตได้อย่างดี วางแผนการเงินกันตั้งแต่วันนี้ จะเงินมาก เงินน้อย ถ้าเราเริ่มลงทุนได้ไว โอกาสที่เงินจะงอกเงยก็ยิ่งสำเร็จได้เร็วขึ้นตามไปด้วย

1. จำนวนเงินเริ่มต้น

จำนวนเงินนี้ยิ่งมากเท่าไรยิ่งดีเท่านั้น เพราะนั่นแปลว่าเราจะไม่ต้องเหนื่อยมากในการทำตามเป้าหมาย เช่น ถ้าเรามีเงินเริ่มต้นสัก 10 ล้าน ได้ผลตอบแทนสัก 10% ต่อปี ก็ตกปีละ 1 ล้านบาทด้วยความรวดเร็วใช่ไหมล่ะครับ

2. ผลตอบแทนที่ได้รับ

ยิ่งผลตอบแทนมากเท่าไร จำนวนเงินก็เพิ่มขึ้นไว และใช้ระยะเวลาน้อยลง เช่น ถ้าเราลงทุนได้รับผลตอบแทน 50% ต่อปี แค่มีเงิน 2 ล้านบาทก็สามารถลงทุนได้เงินกลับมาตั้ง 1 ล้านบาท

3. ระยะเวลา

แต่ถ้าเราไม่มีเงินเริ่มต้นและผลตอบแทนที่สูงปรี๊ด สิ่งหนึ่งที่ช่วยเราได้นั่นก็คือเรื่องของเวลา แต่ต้องอดทนนานกว่าชาวบ้านสักเล็กน้อย เช่น ถ้าเราไม่มีเงินล้าน และมีเงินน้อย

ดังนั้นถ้าถามว่าตัวไหนสำคัญที่สุดใน 3 ตัวนี้ คำตอบคือทุกตัวสำคัญหมดครับ แต่ตัวหนึ่งที่เราทุกคนสามารถควบคุมและทำได้ดีที่สุดนั้นคือ “ระยะเวลา” เพราะสามารถควบคุมและเริ่มต้นได้ตั้งแต่วันนี้ครับ!!

ส่วนเรื่องของ “เงินเริ่มต้น” ถ้าใครยังมีน้อยอยู่อย่าเพิ่งท้อใจไปนะครับ เร่งทยอยเพิ่มความสามารถของเราให้มากขึ้น เพื่อสร้างรายได้ให้สูงขึ้นตามความเชี่ยวชาญของเราครับ

และเรื่องสุดท้าย คือ “ผลตอบแทน” ที่หลายๆ คนสนใจว่าจะทำยังไงให้ได้มากที่สุดนั้น ผมอยากแนะนำให้ศึกษาเรื่องความเสี่ยงและการลงทุนเพิ่มเติม เพราะกองทุนรวมดีๆ นั้น สามารถสร้างผลตอบแทนได้ตั้งแต่ 10-15% ต่อปีเลยครับ