Underperformance คือ ??

Underperformance คือ ??  คุณเคยเจอเหตุการณ์ที่ว่าตลาดวิ่งขึ้นแต่พอร์ตของเรากลับไม่ไปไหน หรือตลาดลงไม่เท่าไหร่แต่พอร์ตของเราดันลงหนักกว่าซะงั้นบ้างไหมครับ

Underperformance คือ ?? Underperformance คือ ??  คุณเคยเจอเหตุการณ์ที่ว่าตลาดวิ่งขึ้นแต่พอร์ตของเรากลับไม่ไปไหน หรือตลาดลงไม่เท่าไหร่แต่พอร์ตของเราดันลงหนักกว่าซะงั้นบ้างไหมครับ? ผมแน่ใจ 99.99% ว่าถ้าคุณลงทุนมานานพอมันจะต้องเคยเกิดขึ้นกับคุณบ้างแน่ๆ ซึ่งหากว่าคุณเคยเจอกับเหตุการณ์แบบนี้อยู่บ่อยๆจนต้องเป็นทุกข์ในการลงทุน หรือเปลี่ยนกลยุทธ์ไปๆมาๆแล้วล่ะก็ ผมขอแนะนำให้ลองอ่านบทความนี้ดูนะครับ เพราะจะช่วยให้คุณเกิดความเข้าใจ และรู้ว่าจะรับมือกับมันอย่างไรได้บ้างไม่มากก็น้อยครับ     Underperformance คือสิ่งที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ ผมคงจะต้องขอเริ่มต้นด้วยประโยคที่อาจจะไม่น่าอ่านเท่าไหร่นัก อย่างไรก็ตาม ผมเองคิดว่ามันเป็นสิ่งที่นักลงทุนอย่างพวกเราทุกคนต้องเรียนรู้, พยายามทำความเข้าใจ และยอมรับความเป็นจริงในข้อนี้ให้ได้เสียก่อนที่จะสามารถลงทุนกันได้อย่างมีสติ, มีความสุข และมีผลกำไรที่ยั่งยืนครับ นั่นก็เพราะ   Underperformance คือธรรมชาติของการลงทุน ทำไมเราจึงไม่สามารถหลีกเลี่ยงการเกิด Underperformance Period ในการลงทุนได้? คำตอบสั้นๆสรุปใจความเลยก็คือ เพราะมันไม่มีการลงทุนใดๆที่จะให้ผลตอบแทนที่ดีที่สุดในทุกช่วงเวลานั่นเอง! แต่ถ้าจะให้ชีแจงเหตุผลเพิ่มเติมกันอีกสักเล็กน้อยล่ะก็ เราก็พอจะอธิบายถึงสาเหตุของมันได้เป็นประเด็นหลักๆดังนี้ครับ วัฏจักรของปัจจัยผลักดันผลตอบแทน (Cycle

ออมเงินอย่างไรให้ปลอดภัยในอนาคต

ออมเงินอย่างไรให้ปลอดภัยในอนาคต ออมเงินอย่างไรให้ปลอดภัยในอนาคต   วันก่อนขณะออกไปวิ่งออกกำลังกายเลยเปิดพอดแคสต์ของบลูมเบิร์กฟังตอนหนึ่งเป็นเรื่องเกี่ยวกับผลสำรวจด้านความพร้อมทางการเงินหลังเกษียณของชาวอเมริกันที่จัดทำโดย Wells Fargo เขาบอกว่าในกลุ่มที่สำรวจมา คนในวัย Gen X (คือคนที่มีอายุประมาณ 40-55 ปี) โดยเฉลี่ยมีเงินเก็บ 66,000 เหรียญสหรัฐฯ แต่เมื่อถามว่าคิดว่าต้องมีเงินเท่าไรจึงคิดว่าจะเกษียณได้อย่างไม่เดือดร้อนผู้คนกลับบอกว่าต้องการมีเงินสัก 750,000 เหรียญสหรัฐฯ แสดงว่าเงินเก็บที่มียังห่างกับเงินที่ต้องการประมาณ 11 เท่าเลย! พอฟังแล้วเลยมานึกถึงแล้วคนไทยอย่างเราๆ กันนี่จะเกษียณกันไปได้อย่างสบายใจกันไหม ทั้งนี้ก็เพราะเรามักได้ยินคำถามจากกันอยู่เสมอว่าจะต้องมีเงินเก็บเท่าไรเพื่อให้เพียงพอใช้หลังเกษียณ จะต้องเริ่มเก็บเงินกันเดือนละเท่าไรปีละเท่าไร และจะต้องมีการจัดการเงินเก็บอย่างไรให้งอกเงยและมีความมั่นคง เพื่อให้เรามีเงินใช้ในอนาคต นอกจากนี้คนส่วนใหญ่มักจะไม่ให้ความสำคัญกับเรื่องการออมเงินนัก อาจเป็นเพราะด้วยความจำเป็นด้านการใช้จ่ายในแต่ละวันแต่ละเดือนที่เรามักจะชักหน้าไม่ถึงหลัง หรือไม่ก็ยังมีข้าวของที่ยังอยากได้เต็มไปหมด หรือมีแผนการใช้เงินไปเที่ยวใช้ชีวิตเต็มไปหมด เรื่องออมเลยถูกเอาไว้ทีหลัง…เรื่องลงทุนเลยถูกพักเอาไว้ก่อน เพราะยังไม่มีทั้งเงินเก็บและไม่มีเวลาหาความรู้ เลยทำให้ห่วงๆ กันว่าอนาคตทางการเงินของเราจะมั่นคงและปลอดภัยได้อย่างไรกัน ซึ่งหากเรายังมีคำถามหรือไม่พูดถึงเรื่องนี้กันอยู่มากแสดงว่า เราอาจไม่ได้มีความพร้อมกันในตอนนี้ และหากคิดจะฝากความหวังกับระบบรัฐสวัสดิการที่ไม่ได้แข็งแกร่งและประเทศก็ก้าวสู่สังคมสูงอายุที่ประชากรส่วนใหญ่จะมีอายุมากขึ้นเป็นสัดส่วนที่มากกว่าประชากรวัยหนุ่มสาว ซึ่งจะทำให้การเติบโตทางเศรษฐกิจอาจไม่ได้น่าตื่นเต้นในระยะยาว และเงินภาษีจากคนรุ่นใหม่ที่จะนำมาเป็นงบรัฐสวัสดิการเพื่อใช้ดูแลคนรุ่นสูงอายุกว่าก็อาจมีจำกัด