Underperformance คือ ??  คุณเคยเจอเหตุการณ์ที่ว่าตลาดวิ่งขึ้นแต่พอร์ตของเรากลับไม่ไปไหน หรือตลาดลงไม่เท่าไหร่แต่พอร์ตของเราดันลงหนักกว่าซะงั้นบ้างไหมครับ

Underperformance คือ ??

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ Underperformance"

Underperformance คือ ??  คุณเคยเจอเหตุการณ์ที่ว่าตลาดวิ่งขึ้นแต่พอร์ตของเรากลับไม่ไปไหน หรือตลาดลงไม่เท่าไหร่แต่พอร์ตของเราดันลงหนักกว่าซะงั้นบ้างไหมครับ? ผมแน่ใจ 99.99% ว่าถ้าคุณลงทุนมานานพอมันจะต้องเคยเกิดขึ้นกับคุณบ้างแน่ๆ ซึ่งหากว่าคุณเคยเจอกับเหตุการณ์แบบนี้อยู่บ่อยๆจนต้องเป็นทุกข์ในการลงทุน หรือเปลี่ยนกลยุทธ์ไปๆมาๆแล้วล่ะก็ ผมขอแนะนำให้ลองอ่านบทความนี้ดูนะครับ เพราะจะช่วยให้คุณเกิดความเข้าใจ และรู้ว่าจะรับมือกับมันอย่างไรได้บ้างไม่มากก็น้อยครับ

 

 

Underperformance คือสิ่งที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ Underperformance"

ผมคงจะต้องขอเริ่มต้นด้วยประโยคที่อาจจะไม่น่าอ่านเท่าไหร่นัก อย่างไรก็ตาม ผมเองคิดว่ามันเป็นสิ่งที่นักลงทุนอย่างพวกเราทุกคนต้องเรียนรู้, พยายามทำความเข้าใจ และยอมรับความเป็นจริงในข้อนี้ให้ได้เสียก่อนที่จะสามารถลงทุนกันได้อย่างมีสติ, มีความสุข และมีผลกำไรที่ยั่งยืนครับ นั่นก็เพราะ

 

Underperformance คือธรรมชาติของการลงทุน

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ Underperformance

ทำไมเราจึงไม่สามารถหลีกเลี่ยงการเกิด Underperformance Period ในการลงทุนได้?

คำตอบสั้นๆสรุปใจความเลยก็คือ เพราะมันไม่มีการลงทุนใดๆที่จะให้ผลตอบแทนที่ดีที่สุดในทุกช่วงเวลานั่นเอง! แต่ถ้าจะให้ชีแจงเหตุผลเพิ่มเติมกันอีกสักเล็กน้อยล่ะก็ เราก็พอจะอธิบายถึงสาเหตุของมันได้เป็นประเด็นหลักๆดังนี้ครับ

  1. วัฏจักรของปัจจัยผลักดันผลตอบแทน (Cycle of Return Drivers) ถือเป็นสิ่งที่ก่อให้เกิดผลกระทบในระดับที่สูงที่สุด ซึ่งทำให้เราไม่สามารถหลีกเลี่ยงการเกิด Underperformance Period ขึ้นมาได้ เนื่องจากสินทรัพย์ต่างๆ (Asset Class) รวมไปถึงปัจจัยเบื้องหลังซึ่งก่อให้เกิดผลตอบแทน (Factor or Driver of Return) อาทิเช่น Value, Growth, Momentum, Dividend Yield และปัจจัยอื่นๆนั้น ล้วนแล้วแต่มีช่วงเวลาดีและแย่สลับสับเปลี่ยนกันไปอยู่เสมอ มันจึงทำให้กลยุทธ์การลงทุนแต่ละรูปแบบ ซึ่งอาศัยการสร้างผลตอบแทนจาก Asset Class หรือ Factors ต่างๆนั้น จำเป็นที่จะต้องเกิดผลตอบแทนที่ดีและแย่สลับกันไปเช่นเดียวกับปัจจัยผลักดันผลตอบแทนนั้นๆอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
  2. ความผิดพลาดในการลงทุน (Imperfection of Investment Process) คือเหตุผลข้อที่สองที่มักก่อให้เกิด Underperformance Period ขึ้น (ซึ่งเราสามารถตรวจสอบได้เมื่อนำเอาผลตอบแทนของกลยุทธ์เทียบกับ Factor ซึ่งผลักดันผลตอบแทนของกลยุทธ์เอง) โดยมักเกิดขึ้นจากทั้งในแง่ของนโยบาย, ประสิทธิภาพของกลยุทธ์การลงทุน, ประสิทธิภาพของการตัดสินใจ, กระบวนการส่งคำสั่งซื้อขาย และกระบวนการลงทุนอื่นๆที่เกี่ยวข้องกัน จนทำให้ผลตอบแทนนั้นย่ำแย่กว่าปัจจัยผลักดันผลตอบแทนหรือ Factor ของกลยุทธ์นั้นๆ ซึ่งเราสามารถที่จะแก้ไขและปิดจุดอ่อนได้จากการตรวจสอบ, วิจัย และพัฒนากระบวนการลงทุนของเราให้ดียิ่งขึ้นในอนาคต
  3. การวัดผลตอบแทนแบบเปรียบเทียบที่ไม่เหมาะสม (Inappropriate Benchmarking) คือเหตุผลข้อสุดท้ายซึ่งมักก่อให้เกิดภาวะ Underperformance Period ในมุมมองของนักลงทุนโดยไม่ตั้งใจในหลายๆครั้ง อาทิเช่น การใช้ดัชนี SET Index ซึ่งคำนวณแบบถ่วงน้ำหนักตาม Market Cap ของหุ้นในตลาดหุ้นไทย กับกลยุทธ์การลงทุนซึ่งไม่ได้ลงทุนในหุ้นขนาดใหญ่มาเปรียบเทียบกัน จึงทำให้เมื่อกลุ่มหุ้นตัวใหญ่ๆ (Big Cap Factor) ในตลาดมีผลตอบแทนที่ดีขึ้นมานั้น นักลงทุนที่ไม่ได้ลงทุนในกลุ่มหุ้นตัวใหญ่ๆก็จะดูเหมือนเกิด Underperformance Period ขึ้นเป็นระยะ ทั้งๆที่จริงๆแล้ว มันอาจไม่ได้เกิดข้อผิดพลาดขึ้นกับกระบวนการลงทุน หรือแนวทางหรือกลยุทธ์การลงทุนเลยก็เป็นได้ (ข่าวดีก็คือการบิดเบือนของมุมมองในลักษณะนี้ สามารถแก้ไขได้ด้วยการสร้างหรือหาตัวเปรียบเทียบที่เหมาะสมกับกลยุทธ์แทน)

ดังนั้นแล้วจะเห็นได้ว่า เรื่องของการเกิด Underperformance จึงสามารถเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ และเป็นสิ่งที่เราไม่สามารถที่จะหลีกเลี่ยงได้ในภาพใหญ่ (Cycle of Return Drivers) แต่อาจสามารถหลีกเลี่ยงได้ (ในระดับหนึ่ง) จากการปรับปรุงกระบวนการลงทุน หรือมุมองในการวัดผลของเรานั่นเอง

 

Underperformance คือสิ่งที่เกิดขึ้นกับทุกคน ทุกสินทรัพย์ และทุกกลยุทธ์การลงทุน

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ Underperformance"

แน่นอนว่าหลายท่านที่อ่านมาถึงตรงนี้อาจยังรู้สึกทำใจยอมรับเรื่องของการเกิด Underperformance Period ในการลงทุนไม่ได้สักเท่าไหร่นัก (โดยเฉพาะนักลงทุนมือใหม่ที่ยังมีความคาดหวังในการลงทุนที่ไม่สมจริง) ดังนั้น เพื่อที่จะช่วยให้คุณสามารถทำลายความรู้สึกตรงนี้ทิ้งไปให้ได้นั้น ผมจึงจะขอนำเอาตัวอย่างหลักๆสักสามกรณีที่ถือว่าเป็น “ขอบบน” ของโลกการลงทุน มาแสดงให้คุณได้เห็นกันอย่างชัดเจน นั่นก็คือ

  1. ผลตอบแทนของสุดยอดนักลงทุนระดับตำนานของตลาดหุ้น Wallstreet เปรียบเทียบกับผลตอบแทนของตลาดหุ้นในช่วงเวลาที่พวกเขาลงทุนอยู่
  2. ผลตอบแทนของสุดยอดหุ้นที่ให้ผลตอบแทนที่ดีที่สุดในตลาดหุ้นไทย เปรียบเทียบกับผลตอบแทนของตลาดในช่วงเวลาเดียวกัน
  3. ผลตอบแทนของหนึ่งในกลยุทธ์การลงทุนที่ให้ผลตอบแทนที่สูงและเสถียรยั่งยืนที่สุด ที่ทางทีมงาน SiamQuant ได้เคยวิจัยออกแบบขึ้น เปรียบเทียบกับตลาดหุ้นในช่วงเวลาเดียวกัน

 

เคล็ดลับการรับมือช่วง Underperformance Period

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ Underperformance"

Underperformance คือ ?? จากตัวอย่างที่กล่าวมาในเบื้องต้นทั้งหมดนี้นั้น หวังว่าในตอนนี้คุณคงที่จะเริ่มเข้าใจและยอมรับกันได้บ้างแล้วว่าการแพ้ตลาดโดยเฉพาะในระยะสั้นๆถึงกลางๆนั้น (วัดผลตอบแทน 3 ปีลงไป) เป็นสิ่งที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงมันได้เลย ดังนั้นแล้ว คำถามที่น่าจะถูกต้องมากกว่าการพยายามค้นหา Holy Grail เพื่อพยายามหลีกเลี่ยงไม่ให้มันเกิดขึ้นเลยนั้น จึงควรจะการที่ว่าเราจะทำอย่างไรที่จะสามารถเผชิญหน้ากับมันได้อย่างมีสติและเป็นสุขได้ต่างหาก! ผมจึงอยากที่จะแบ่งปันแนวทางในการรับมือกับช่วง Underperformance Period เอาไว้เป็นแนวทางดังนี้ครับ

  • เลิกหลอกตัวเองและยอมรับความเป็นจริง ว่าช่วง Underperformance Period โดยเฉพาะในระยะสั้นๆจะต้องเกิดขึ้นกับคุณอยู่เสมอ คุณต้องปรับมุมมองว่ามันไม่ใช่สิ่งที่แปลกหรือผิดอะไร (จะแปลกกว่าคือถ้ามันจะไม่เกิดขึ้นกับคุณหรือใครเลย และคุณระวังให้ดีกับคนที่โชว์กำไรโชว์พอร์ตเขียวๆสวยๆอยู่เสมอนะครับ 55) โดยที่ในหลายๆครั้งแล้ว มันก็อาจจะไม่ใช่ความผิดพลาดของคุณหรือตัวกลยุทธ์เอง แต่มันเป็นสิ่งที่จะต้องเกิดขึ้นตามวัฎจักรของมัน คุณจึงไม่จำเป็นที่จะต้องรู้สึกแย่เมื่อมันเกิดขึ้น และหลายๆครั้งสิ่งที่ง่ายกว่าการพยายามคิดค้นถึงกลยุทธ์ใหม่ๆ หรือเปลี่ยนกลยุทธ์ไปมานั้น ก็อาจเป็นเพียงแค่การทำความเข้าใจและยอมรับความเป็นจริงในการลงทุนให้ได้ก็เท่านั้น
  • เรียนรู้พฤติกรรมของกลยุทธ์การลงทุนในเชิงลึก ว่ากลยุทธ์ของเรามีจุดแข็งและจุดอ่อนในแต่ละช่วงเวลาอย่างไรบ้าง โดยที่คุณควรทำความเข้าใจถึงธรรมชาติของผลตอบแทนจากกลยุทธ์ในเชิงลึกให้ได้มากที่สุด อาทิเช่น ขอบเขตความผันผวนหรือ Volatility รายวัน, เดือน และปีของกลยุทธ์ ความลึกของ Drawdown รวมถึง Longest Drawdown ที่เคยเกิดขึ้นในระยะยาว รวมไปถึง Negative Excess Return Period และ Longest Negative Return Period ว่ามันยาวนานแค่ไหน มักชนะหรือแพ้ตลาดในช่วงใดบ้าง เพราะข้อมูลเหล่านี้จะกลายเป็นเครื่องมือที่จะช่วยให้คุณสามารถทำการตรวจสอบพฤติกรรมของผลตอบแทนในขณะที่ลงทุนจริงได้อย่างเป็นเหตุเป็นผล และยังจะช่วยให้คุณมีสติและความสุขในการลงทุนขึ้นเป็นอย่างมาก (นี่แหละครับว่าทำไมสาย Quant จึงได้เปรียบในจุดนี้)
  • ทำการตรวจสอบ, วิจัย และปรับปรุงกลยุทธ์การลงทุนอย่างเหมาะสม โดยที่ในขณะที่คุณลงทุนอยู่นั้น คุณจะต้องคอยพยายามตรวจสอบว่าช่วง Underperformance Period ที่เกิดขึ้นนั้นอยู่ในขอบเขตปกติหรือไม่และมาจากเหตุใด โดยหากค้นพบว่ามาจาก Factor ที่ผลักดันผลตอบแทนของกลยุทธ์นั้นๆ คุณก็ไม่ควรที่จะผลีพลามเปลี่ยนแปลงกลยุทธ์ แต่หากมีกรณีใดๆที่เกิดขึ้นเพราะความผิดพลาดของกระบวนการลงทุนนั้น เราก็ควรที่จะค่อยๆแยกองค์ประกอบของความผิดพลาดออกมา แล้วลองแก้ไขไปทีละส่วน เพื่อประเมิณถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นอย่างชัดเจน แล้วจึงทำการพัฒนาปรับปรุงวิธีการลงทุนต่อไปเรื่อยเท่าที่จะทำได้โดยไม่หลอกตัวเอง
  • หยุดใช้กลยุทธ์การลงทุนที่คุณไม่สามารถเข้าใจพฤติกรรมของมันได้ โดยถึงแม้ว่าการเกิด Underperformance Period ในระยะสั้นๆนั้นอาจเป็นสิ่งที่ต้องเกิดขึ้นอยู่เสมอ อย่างไรก็ตาม หากว่ามันเป็นสิ่งเกินขอบเขตปกติ (Statistical Unlikely) หรือไม่สามารถอธิบายได้ด้วยความเข้าใจของเราในขณะนั้น สิ่งที่ควรทำที่สุดก็คือการ “หยุด” การลงทุนเอาไว้ก่อน เพราะในบางครั้งแล้วการเกิดช่วง Underperformance Period ที่รุนแรงหรือยาวนานเกินกว่าปกตินั้น ก็อาจเป็นเหตุมาจากการสิ้นประสิทธิภาพของกลยุทธ์การลงทุนอย่างถาวร ไม่ว่าจะด้วยสาเหตุใดๆก็ตามแล้วก็เป็นได้ (System Death)